รอถึง 12 ปีถึงจะได้ชม สวนนงนุชปลื้มดอกบุกยักษ์หรือดอกซากศพ บาน

ซื้อบัตรเข้าชม

          เมื่อช่วงเย็น วันที่ 1 พ.ค.62 นายกัมพล ตันสัจจา ประธาน สวนนงนุชพัทยา จ.ชลบุรี พร้อมด้วย นายแอนเดรส รินสตรอม ผู้เชี่ยวชาญด้านพันธุ์ไม้ ได้นำดอกบุกยักษ์ ความสูง 1.48  เมตร  หรือดอก Titan Arum  หรือดอกซากศพ  ออกมาจัดแสดงโชว์ที่บริเวณประตูทางเข้า เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวสวนนงนุชได้ชมดอกไม้ดังกล่าวและดมกลิ่นของดอกไม้ดังกล่าวที่มีความเหม็น

          โดยที่ผ่านมาสวนนงนุชได้นำดอกบุกยักษ์ซึ่งมีต้นกำเนิดจากประเทศอินโดนีเซียซึ่งถือว่าเป็นดอกบุกพันธ์ใหญ่ที่สุดในโลก และใช้เวลานาน การที่จะออกดอกในแต่ละครั้ง ซึ่งถือว่าครั้งนี้ถือว่าเป็นดอกที่ 4 ที่บานที่สวนนงนุช และเป็นต้นแรกใน 130 ต้น ที่สวนนงนุชได้ดูแลมา จากที่ครั้งแรกมีเพียง 3 ต้น และใช้เวลานานในการบานแต่ละครั้ง จาก 3 ต้นแรก บานเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2546 ต้นที่ 2 บานเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2549 และดอกที่ 3 เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2550 ส่วนดอกที่ 4 เป็นดอกบุกที่สวนนงุนุชนำมาดูแลเพาะเลี้ยงเมื่อสิบปีที่แล้วจำนวน 130 ต้น เป็นต้นแรกที่ออกดอกใน 130 ต้น และจะบานเพียงแค่ 1 วัน และส่งกลิ่นเหม็นเหมือนสุนัขเสียชีวิต

ฮือฮา! ดอกซากศพเบ่งบานรอบ 12 ปี สวนนงนุชฯ เปิดเข้าชม

ฮือฮา! ดอกซากศพเบ่งบานรอบ 12 ปี สวนนงนุชฯ เปิดเข้าชมเมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 1 พ.ค.62 นายกัมพล ตันสัจจา ประธาน สวนนงนุชพัทยา จ.ชลบุรี พร้อมด้วย นายแอนเดรส รินสตรอม ผู้เชี่ยวชาญด้านพันธุ์ไม้ ได้เปิดเผยต่อสื่อมวลชน กรณีนำดอก Titan Arum หรือดอกบุกยักษ์ ความสูง 1.50 เมตร ที่กำลังจะเบ่งบานในรอบ 12 ปี ออกมาจัดแสดงโชว์ที่บริเวณประตูทางเข้า เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชมกันอย่างใกล้ชิดสืบเนื่อง เมื่อ 10 ปีก่อน ทางสวนนงนุชพัทยา ได้เพาะพันธุ์ต้นบุกยักษ์ ไว้จำนวน 130 ต้น ซึ่งนำเข้ามาจากสวนพฤกษศาสตร์ โบกอร์ ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อมาทดลองปลูก มีสายพันธุ์ถิ่นกำเนิดเพียงแห่งเดียวในโลก ในป่าดิบชื้นล่างในเกาะสุมาตราตอนกลาง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Amorphophallus titanum ลักษณะพิเศษของมัน คือ เมื่อเบ่งบานจะส่งกลิ่นเน่าเหม็นรุนแรงคล้ายกลิ่นซากศพกระทั่ง 1 ใน 130 ดอก ได้มีการเจริญเติบโตเร็วกว่าต้นอื่น และกำลังจะเบ่งบานสุดในค่ำคืนนี้ ซึ่งเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย ตลอดชั่วอายุของดอกบุก นับเป็นความปลาบปลื้มใจ ที่เฝ้ารอมานานถึง 12 ปี ซึ่งก่อนหน้านี้ ทางสวนนงนุชพัทยา ได้เพาะปลูกไว้จำนวน 3 ต้น ทั้งหมดได้ออกดอกเบ่งบานไปแล้ว ในปี 2546 ,2549 และ2550 ปัจจุบัน ดอกบุก ทั้ง 3 ต้น ยังมีชีวิตยืนต้นอยู่ แต่ไม่สามารถที่จะเบ่งบานได้อีกต่อไปด้วยเหตุนี้ จึงอยากเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้ตื่นตาตื่นใจ ร่วมชื่นชนกับการเบ่งบานของบุกยักษ์ ไปพร้อม ๆ กัน มีระยะเวลาหลังจากบานแล้วเพียง 1 วัน ก่อนดอกของมันจะหุบ และไม่มีโอกาสเบ่งบานขึ้นมาอีกเลย หลังจากนี้คงต้องรอต้นรุ่นต่อไป ที่ไม่อาจล่วงรู้ได้ว่า จะมีโอกาสได้เห็นดอกบุกยักษ์เบ่งบาน หรือได้สูดดมกลิ่นเน่าเหม็นของมัน อีกเมื่อไร

โพสต์โดย สวนนงนุช พัทยา Nongnooch Garden Pattaya เมื่อ วันพุธที่ 1 พฤษภาคม 2019

 

          นายกัมพล  ตันสัจจา ประธานสวนกล่าวว่า สำหรับต้นไม้พันธ์นี้สวนพฤกษศาสตร์ทุกแห่งต้องมีและเป็นดอกบุกที่ใหญ่ที่สุดในโลก นำมาจากประเทศอินโดนิเซีย ในประเทศไทยมีประมาณ 60 ชนิด สวนนงนุชมี 3 ต้นได้มาเมื่อ 26 ปีที่แล้ว ทั้ง 3 ต้นได้บานออกหมดแล้ว ตอนนี้สวนนงนุชได้มาอีกรุ่นใหม่มาอีก 130 ต้น ถือว่ามากสุดในโลก โดยดอกจะบานเพียง 1  วัน และจะส่งกลิ่นเหม็นและเมื่อมีดอกก็จะไม่ออกดอกอีก โดยสวนนงนุชจะเปิดให้ได้รับชมกันเป็นเวลา 1 อาทิตย์ที่ด้านหน้าที่จำหน่ายตั๋ว ซึ่งเราสวนนุชก็ภูมิใจพร้อมทั้งส่งรูปให้สวนพฤกษศาสตร์ทั่วโลกว่ามีดอกบุกของเราบานแล้วที่ประเทศไทย

          สำหรับ “ดอกซากศพ” หรือ”ดอกบุกยักษ์” เป็น ดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก หรือ ชื่อทางวิทยาศาสตร์ ” Amorphophallus titanum ” ชื่อวิทยาศาสตร์แปลเป็นภาษาไทยได้ความหมายว่า ต้น “ลึงค์ยักษ์แปลง” คือแปลงกายให้เหมือนลึงค์แต่ไม่ใช่ลึงค์ เป็นพืชในเขตป่าร้อนชื้น ในพืชตระกูล “บัวผุด” (Rafflesia) เป็นดอกไม้เดี่ยวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในอาณาจักรพืช พบขึ้นอยู่บนเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย

ซื้อบัตรเข้าชม